ปัญหาเด็กเจ็บป่วยจากการติดเชื้อบ่อย ๆ มักพบได้เสมอ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เด็กไปโรงเรียนตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ต้องสัมผัสกับเด็กป่วยอื่น ๆ แต่เมื่อไหร่ เราควรสงสัยว่า การติดเชื้อนั้นบ่อยผิดปกติเกินไป และจำเป็นต้องทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุของการติดเชื้อบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ภาวะภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ
ภาวะภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ พบได้บ่อยพอสมควร แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักไม่ได้รับการตรวจเพิ่มเติม จึงดูเหมือนมีผู้ป่วยไม่มาก การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาที่เหมาะสม บางโรคในกลุ่มนี้มีการพยากรณ์โรคที่ดี และสามารถรักษาให้หายขาดได้ ในรายที่มีเพียงการรักษาแบบประคับประคอง เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องในระยะแรกๆ จะทำให้แพทย์มีแนวทางป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยหลายอย่างที่สามารถบ่งชี้ว่าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และสามารถตรวจได้ไม่ยาก
ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในเด็ก เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ เป็นผลให้เกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายและบ่อย รักษาให้หายยาก แบ่งเป็น
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดปฐมภูมิ (Primary immunodeficiency, PIDs) มักเป็นแต่กำเนิด และอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม ความผิดปกติอาจเกิดขึ้นที่ระยะต่าง ๆ ในขั้นตอนของการพัฒนาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดทุติยภูมิ (Secondary immunodeficiency) อันเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง ไม่ได้เป็นแต่กำเนิด อาจเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ การติดเชื้อ HIV, อาจเกิดภายหลังการติดเชื้อบางชนิดหรือในผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการดาวน์ หรือเป็นผลจากโรคทางระบบเมตาบอลิกหรือภาวะขาดสารอาหาร เป็นต้น
ในประเทศไทยการติดเชื้อ HIV และเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง พบได้บ่อย และมากกว่าภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดปฐมภูมิ แพทย์ควรนึกถึงการติดเชื้อ HIV ในเด็กที่มีการติดเชื้อรุนแรงและบ่อยกว่าปกติ อย่างไรก็ดี PIDs ยังเป็นโรคที่พบได้บ่อยๆ ถ้าแพทย์ผู้รักษานึกถึงโรคในกลุ่มนี้และตรวจกรองที่เหมาะสม จะทำให้ได้การวินิจฉัยได้เร็วและถูกต้อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

