1. ข้อควรปฏิบัติระหว่างการรักษาโรคเท้าแบน
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการใส่อุปกรณ์เสริม การทำกายภาพบำบัด หรือการนัดติดตามผล
- เลือกขนาดรองเท้าที่เหมาะสม รองเท้าควรมีขนาดพอดี ไม่คับหรือหลวมเกินไป มีพื้นที่สำหรับนิ้วเท้า และมีส้นรองเท้าที่มั่นคง อาจเลือกประเภทที่สามารถรองรับแผ่นเสริมอุ้งเท้าได้
- สนับสนุนการทำกิจกรรมที่เสริมสร้างเท้า เช่น การเดินเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่ปลอดภัย (สนามหญ้า, ทราย) เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อเท้า
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากลูกมีอาการปวดเพิ่มขึ้น เดินผิดปกติมากขึ้น หรือมีปัญหาอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์
2. ข้อควรปฏิบัติหลังการรักษาโรคเท้าแบน
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่ออุ้งเท้า
- ส่งเสริมการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเท้าและขา
- เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมให้ลูก หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อนต่อเท้า
- ตรวจเช็คสภาพรองเท้าและอุปกรณ์เสริม หากยังต้องใช้อุปกรณ์เสริม ควรตรวจเช็คสภาพเป็นประจำและเปลี่ยนเมื่อสึกหรอ
- นัดติดตามผลกับแพทย์ตามกำหนด เพื่อประเมินพัฒนาการของเท้าและปรับแนวทางการดูแลหากจำเป็น
ภาวะเท้าแบนในเด็กส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและสามารถหายได้เอง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตลักษณะเท้าและการเดินของลูกอย่าสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ลูกหลานของคุณมีพัฒนาการที่เหมาะสมและมีสุขภาพเท้าที่ดีในระยะยาว
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็ก ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็ก ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีทีมกุมารแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางสำหรับเด็ก ซึ่งผ่านการฝึกอบรมกับสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ให้บริการกายภาพฟื้นฟูหลังการรักษา แบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Team) รวมถึงเทคโนโลยีในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย อาทิ หุ่นยนต์กายภาพ Robot-assisted Gait Training, Hybrid Assistive Limb (HAL) และ Redcord NEURAC เป็นต้น
