โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ STD (Sexually Transmitted Disease) หมายถึง โรคที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่วัยรุ่นควรรู้ไว้นั้นมีมากมาย ไม่อย่างนั้นจะส่งผลร้ายต่อตัวเอง อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
- โรคเอดส์ (HIV) หรือ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- โรคหนองในเทียม (Chlamydia) หรือคนไทยจะรู้จักกันในชื่อ “ฝีมะม่วง” เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรคซึ่งไม่ใช่หนองในแท้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอักเสบ
- โรคติดเชื้อทริโคโมนาส (Trichomoniasis / Trich) โรคติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งปกติมักอาศัยอยู่ในช่องคลอด แต่ก็พบเชื้อนี้อาศัยอยู่ในท่อปัสสาวะ (องคชาติ) ของผู้ชายเช่นกัน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่มีอาการใดๆ แต่บางคนอาจตกขาวสีเหลือง เป็นฟอง คันที่อวัยวะเพศหรือเจ็บช่องคลอด ส่วนผู้ชายมักจะไม่มีอาการ แต่อาจทําให้ปัสสาวะขัด
- โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นโรคที่ติดต่อจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะเยื่อเมือก mucous membrane เช่น เยื่อเมือกในท่อปัสสาวะ, ช่องคลอด, ปากมดลูก และเยื่อบุมดลูก ท่อรังไข่ ทวารหนัก เยื่อบุตา ปาก และคอ
- โรคหูดหงอนไก่ (Human Papilloma Virus / HPV) เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบบ่อย มากกว่า 100 สายพันธุ์ โรคเกิดบริเวณอวัยวะเพศ และส่วนใหญ่ติดโรคนี้จากการมีเพศสัมพันธ์ 50-70% โดยหูดจะขึ้นเป็นติ่งเนื้องอกอ่อน ๆ มีสีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวขรุขระ เริ่มจากขนาดเล็ก ๆ แล้วขยายตัวลุกลามใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนคล้ายหงอนไก่หรือรูปทรงเหมือนดอกกะหล่ำ
- เริม (Genital herpes) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่มาจากเชื้อ herpes simplex virus type 1 (HSV-1) หรือ type 2 (HSV-2) เชื้อชนิดที่ 2 เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อเริมที่ผิวหนัง ริมฝีปาก และอวัยวะเพศ อาจลามติดเชื้อไปที่ส่วนอื่นของร่างกายและทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ลักษณะเป็นตุ่มน้ำเล็กๆ บนผิวหนังที่อักเสบสีแดง
- ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Treponema pallidum เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา หรือทางผิวหนังที่มีแผล
โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นการอักเสบของตับซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสจะบุกรุกเข้าสู่เซลล์ตับและก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ในบางกรณีเชื้ออาจจะอยู่นิ่งเป็นปีๆ ซึ่งผู้ที่มีเชื้ออาจไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ในร่างกาย



