ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคหัวใจแต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งแบบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และแบบที่เกิดขึ้นภายหลัง หนึ่งในโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง มีชื่อแปลก และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักคือ โรคหัวใจ ชนิดคาวาซากิ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคหัวใจแต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งแบบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และแบบที่เกิดขึ้นภายหลัง หนึ่งในโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง มีชื่อแปลก และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักคือ โรคหัวใจ ชนิดคาวาซากิ
โรคคาวาซากิ (Kawasaki’s Disease) ตั้งชื่อตามนายแพทย์ชาวญี่ปุ่น โทมิซากุ คาวาซากิ (Dr. Tomisaku Kawasaki) ผู้ค้นพบในเด็กอายุเฉลี่ย 2-3 ปี โดยเด็กที่ป่วยมักมีไข้สูง มือหรือเท้าบวม ตาแดง และมีผื่นแดงที่ผิวหนัง รวมถึงปากแห้งแดง และมีตุ่มขึ้นที่ลิ้นคล้ายกับผลสตรอว์เบอร์รี่ หากได้รับการรักษาช้า อาจส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดหัวใจ และเป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่มีหลายปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรค ได้แก่
อาการของโรคในระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้
หากผู้ป่วยเด็กเล็กมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป ร่วมกับอาการอย่างน้อย 4 ใน 5 ของอาการต่อไปนี้
ทั้งนี้แพทย์อาจมีการตรวจวินิยฉัยผลกระทบของ โรคคาวาซากิ ที่มีต่อหัวใจเพิ่ม
แม้โรคคาวาซากิจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่รักษาได้หากพบแพทย์ภายใน 10 วันหลังจากเริ่มอาการ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหลอดเลือดแดงหัวใจ โดยการใช้ยาที่ได้รับยอมรับ คือ อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ทางหลอดเลือดดำ เพื่อยับยั้งการอักเสบ สามารถให้ซ้ำได้หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน และยาแอสไพริน ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดไข้ รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการอุดตันของเกล็ดเลือด
เด็กป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสมและถูกวิธีโดยแพทย์ผู้ชำนาญสามารถหายเป็นปกติได้ รวมถึงได้รับการดูแลหลังการรักษา และรับประทานยาตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด