การรักษาการแพ้ไรฝุ่นด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดสามารถลดอาการแพ้และยาที่ใช้ควบคุมโรค ป้องกันการพัฒนาจากโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบไปเป็นโรคหืดได้ ปัจจุบันมีรูปยารูปแบบใหม่ เป็นชนิดอมใต้ลิ้น สามารถใช้ได้ง่าย สะดวก ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับยารักษาภูมิแพ้อื่น ๆ และปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าวิธีดั้งเดิมที่ใช้การฉีดใต้ผิวหนัง
วิธีการคือ อมยาไว้ใต้ลิ้นเพียงวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 ปี ใช้เวลาอมไม่ถึง 10 วินาทียาก็ละลายหมด และหลังจากอมให้งดกลืนน้ำลาย 1 นาที และรออีก 5 นาทีสามารถดื่มน้ำและทานอาหารได้ตามปกติ สำหรับผู้ป่วยที่ทดสอบแล้วว่าแพ้ไรฝุ่นด้วยวิธีการสะกิดผิวหนังหรือวิธีการตรวจจากเลือด การให้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดรักษาไรฝุ่น ชนิดอมใต้ลิ้นทุกวันเพื่อเป็นการปรับธรรมชาติของโรคให้มีการแพ้ต่อไรฝุ่นน้อยลง สามารถลดอาการทางจมูก ลดการใช้ยาพ่นจมูก ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดอาการทางตาได้อีกด้วยเมื่อใช้ติดต่อกันเกิน 14 สัปดาห์เป็นต้นไป นอกจากนี้ในผู้ป่วยโรคหืดยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการหอบกำเริบในระดับความรุนแรงปานกลางได้ในระหว่างที่ลดการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นเข้าปาก
ข้อห้ามในการใช้ยาชนิดอมใต้ลิ้น
- เคยแพ้ยานี้ หรือส่วนประกอบของยานี้
- มีอาการหอบหืดกำเริบรุนแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
- มีโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคมะเร็ง
- กำลังใช้ยาที่ส่งผลกดภูมิคุ้มกัน
- เพิ่งถอนฟัน ผ่าตัดในช่องปาก มีแผลหรือติดเชื้อในช่องปาก
หากมีภาวะต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ยาเพื่อความปลอดภัย
- กำลังใช้ยาในการรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคสั่นพาร์กินสัน
- แพ้เนื้อปลา หรืออาหารที่มีเนื้อปลาเป็นส่วนประกอบ
- ใช้ยา สมุนไพร อาหารเสริมอื่นอยู่
- ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- เคยมีอาการแพ้รุนแรงหลังได้รับการฉีดสารก่อภูมิแพ้ของไรฝุ่นบ้าน
อาการที่ต้องหยุดยาแล้วไปพบแพทย์ทันที
- บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมผีปาก ลมพิษ
- หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
- ผื่นแดง ตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก มีไข้
- อาการหอบหืดกำเริบรุนแรง หรือแย่ลงผิดปกติ