สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ประกาศตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนจำเป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตามช่วงวัย ดังนี้
• วัคซีนวัณโรค (BCG) ควรได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด โดยฉีดที่บริเวณไหล่ซ้าย ซึ่งปกติโรงพยาบาลจะฉีดให้ทารกก่อนกลับบ้าน
• วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) ต้องได้รับทั้งหมด 3 เข็ม โดยฉีดเข็มแรกตั้งแต่แรกเกิด เข็มที่สองเมื่ออายุครบ 1 เดือน และเข็มสุดท้ายเมื่อเด็กครบ 6 เดือน
• วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) โดยฉีดชุดแรก 3 ครั้ง เมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน หลังจากนั้นควรมีการฉีดเพื่อกระตุ้นการทำงานของวัคซีนอีกครั้งในช่วงอายุ 1 ปี 6 เดือน และเมื่อมีอายุ 4-6 ปี และฉีดเฉพาะ คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน สำหรับเด็กโต
• วัคซีนโปลิโอ โดยใช้วัคซีนโปลิโอชนิดฉีดร่วมกับวัคซีนโปลิโอรูปแบบกิน โดยเด็กๆ จะได้รับการหยอดวัคซีนโปลิโอรูปแบบกินจำนวน 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2 , 4, 6 เดือน, 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี และต้องได้รับวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน 1 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน
• วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม(MMR) / วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ควรฉีดตามช่วงอายุคือ 1 ปี และ 2 ปี 6 เดือน
• วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เด็กๆ ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปี โดยปีแรก ฉีด2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์
• วัคซีนเอชพีวี (HPV) เด็กๆ ควรฉีดตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70-90 %